เมนูหลัก
© 2026 PHRAE PROVICIAL POLICE

ประวัติความเป็นมา

จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดในภาคเหนือของประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 555 กิโลเมตร มีภูเขาล้อมรอบทั้งสี่ทิศทิศเหนือ ติดกับจังหวัดพะเยาและจังหวัดน่าน  ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดน่าน  ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดลำปาง  ทิศใต้ ติดกับจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดสุโขทัย  มีเนื้อที่ประมาณ 6,538.59 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,086,625 ไร่

ตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ได้จัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อใดไม่สามารถหาหลักฐานที่ แน่ชัด ได้สันนิษฐานว่ามีมาแต่ปี พ.ศ.2436 ซึ่งเริ่มมีการแบ่งส่วนราชการ ในจังหวัดแพร่ เป็น 6 หน่วยงานตามแบบแผนองกระทรวงมหาดไทย

ใน พ.ศ.2436 เป็นกรมยุติธรรมและตำรวจโดยมีเจ้าราชบุตร (ยอดฟ้า ณ น่าน) เป็นหัวหน้าตำรวจ เมืองแพร่

พ.ศ.2444 มีการจัดตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธร ขึ้นซึ่งนับว่าเป็นสถานศึกษาวิชาการตำรวจแห่งแรกของชาติ ทำหน้าผลิตนายตำรวจภูธร ออกรับราชการตามกองตำรวจภูธร มณฑลต่าง ๆ

ในปี พ.ศ.2445 ตำรวจเมืองแพร่ได้มีผลงานในการปราบปรามกลุ่มเงี้ยวปล้นเมืองแพร่ เมื่อวันที่ 25 กรกฎา รัตนโกสินทร์ศก 121 เวลาเช้า (ตรงกับ พ.ศ.2445) ได้มีพวกเงี้ยว เข้าตีโรงตำรวจภูธรนอกประตูชัยไล่ฟันพลตำรวจแตกตื่นหนีไปหมด ตำรวจภูธรถูกฟันบาดเจ็บ 4 คน แต่อำแดงคำภรรยา ร.ต.ต.ตาด ไม่ยอมหลบหนีได้เอาปืนยิงต่อสู้เงี้ยวจึงถูกพวกเงี้ยวซึ่งมีจำนวนมากกว่า เอาดาบไล่ฟันอำแดงคำและบุตรเลี้ยงถึงแก่ความตาย แล้วเข้าเก็บเอาปืนและเครื่องอาวุธต่าง ๆ หนีไป การยึดโรงพักเป็นไปอย่างเงียบเชียบเพราะกองโจรใช้แต่อาวุธดาบและมีด เมื่ออำแดงคำ ภริยา ร.ต.ต.ตาด ตำรวจเมืองแพร่ ที่ปฏิบัติหน้าที่สมกับเป็นเมียตำรวจที่ดีใช้อาวุธ ปืนเข้ายิงต่อสู้ ทำให้บรรดาข้าหลวงในเมืองได้ยินเสียงปืนและรู้ตัวว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้น การยึดโรงพักครั้งนั้นทำให้กองโจรมีอาวุธที่ทันสมัยไว้ในครอบครองรวม กันเกือบ 100 กระบอก และมีกระสุนปืนรวมกันเกือบ 10,000 นัด

ต่อมาในเดือน สิงหาคม พ.ศ.2445 ได้มีการปราบปรามพวกกบฏเงี้ยวโดยการนำของเจ้าพระยาสุรศักดิ์ มนตรี และตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายมี นายดาบตำรวจแก้ว กล้าผจญได้มีส่วนรวมในการปราบปรามในครั้งนี้จนได้รับบำเหน็จความดีความชอบ เสนอชื่อเพื่อโปรดเกล้าฯพระราชทานนาม จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาล ที่ 6 พระราชทานนามเป็น นายดาบตำรวจหมื่นขยันสำรวจกิจ (แก้ว กล้าผจญ) สำหรับประตู ตาดคำ (สันนิษฐานว่าเป็นชื่อของ ร.ต.ต.ตาด และภรรยา อำแดงคำ ) ซึ่งถูกสร้างไว้เป็นอนุสรณ์สำหรับ ร.ต.ต.ตาด และอำแดงคำ ซึ่งได้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องสถานีตำรวจ ปัจจุบันยังใช้ประตูตาดคำ เป็นประตูใช้ เข้า-ออก ของสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ อยู่ด้านทิศเหนือติดกับถนนเจริญเมือง

ปี พ.ศ.2460–2466 ปรากฏชื่อ พ.ต.ต.เจ้าชัยวรเชษฐ์ ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ดำรงตำแหน่งแต่วันที่ 10 เมษายน2460 ถึง 28 ธันวาคม 2466 ปี

พ.ศ.2475 ได้มีการเปลี่ยนชื่อกรม ตำรวจภูธร เป็นกรมตำรวจ มีการแบ่งส่วนราชการเป็น 4 ส่วน คือส่วนที่ 1 กองบังคับการ, ส่วนที่ 2 ตำรวจนครบาล, ส่วนที่ 3 ตำรวจภูธร ส่วนที่ 4 ตำรวจสันติบาล ในส่วนของจังหวัดแพร่ มี ร.ต.อ.หลวงภิรมย์รักษา เป็นผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ดำรงตำแหน่งแต่วันที่ 1 กันยายน 2473 ถึง 10 มีนาคม 2477 และปรากฏรายนาม ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ อีกหลายท่าน

ปี พ.ศ.2506 กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ มีเขตรับผิดชอบตลอดพื้นที่ของจังหวัดแพร่ แบ่งการปกครองออกเป็น 7 สถานีตำรวจอำเภอและกิ่งอำเภอ คือ สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองแพร่,สถานีตำรวจภูธรอำเภอร้องกวาง,สถานีตำรวจภูธร อำเภอสอง, สถานีตำรวจภูธรอำเภอสูงเม่น,สถานีตำรวจ ภูธรอำเภอลอง,สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังชิ้น,และสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอ เด่นชัย มีนายตำรวจชั้นผู้บังคับกองและชั้นผู้บังคับหมวดเป็นผู้รับผิดชอบ บังคับบัญชา

ปี พ.ศ.2532 ได้ปรับปรุงโครงสร้างกรมตำรวจ ตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัด ปรับเป็นตำแหน่งรองผู้บังคับการ ทำหน้าที่หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัด มีพ.ต.อ. อนุดิษฐ์ อัตถศาสตร์ ดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับการทำหน้าที่หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ คนแรก

ปี พ.ศ.2533 พ.ต.อ.ชัยวรรณ ชาครียรัตน์ ดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับ การทำหน้าที่หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ คนต่อมา

ปี พ.ศ.2537 ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างกรมตำรวจ ตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ จึงมีการยกสถานะเป็นกองบังคับการ มี พ.ต.อ.ชัยวรรณ ชาครีรัตน์ เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ คนแรก จนถึงปัจจุบันนี้